ทุกข์เพราะหย่าร้าง? สามีทิ้ง? นี่คือวิธีรับมือและ move on แบบเด็ดขาด

ทุกข์เพราะหย่าร้าง? สามีทิ้ง? แฟนทิ้ง เลิกกับแฟน นี่คือวิธีรับมือและ move on ที่ใช้งานได้ดีตั้งแต่ยุคโบราณ นักจิตวิทยาให้การรับรองว่ายังคงเวิร์ค ใคร ๆ ก็ ทำได้!
ผมไปเจอบทความ 5 กลยุทธ์สโตอิกเพื่อรับมือกับการเลิกราหย่าร้าง ที่คิดว่าน่าจะมีประโยชน์สำหรับผู้อ่านที่กำลังเครียด คิดมาก ทุกข์เพราะไม่รู้จะทำยังไงดี รู้สึกอ้างว้าง เหมือนขาดอะไรไป เริ่มต้นนับหนึ่งไม่ถูก ฯลฯ ผมว่าคำแนะนำเหล่านี้ น่าจะช่วยชี้ทางสว่างหรือให้ไอเดียลดความทุกข์ให้ท่านได้ ไม่มากก็น้อยครับ
Ryan Holiday ผู้เขียนบอกว่า การเลิกราเป็นประสบการณ์ที่ไม่พึงปรารถนาอย่างยิ่ง และไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะพบรักอีกครั้ง จนกว่าคุณจะทำคุณอาจรู้สึกเหงา ความเหงาเป็นเรื่องยากที่จะอยู่ด้วย แต่มีบางสิ่งที่เราสามารถทำได้เพื่อให้รู้สึกดีขึ้น
ผู้คนทั่วไปมองสโตอิกผิดไป (สโตอิก คือ แนวคิดที่เกิดจากนักปราชญ์กรีก ที่มองโลกและชีวิตอย่างเข้าใจ โดยไม่พยายามเอาชนะและสร้างฝัน) พวกเขาไม่ใช่คนไร้ความรู้สึกและไร้ความรู้สึก แต่พวกเขาสามารถสัมผัสถึงอารมณ์ของมนุษย์ได้อย่างสมบูรณ์โดยไม่บีบคั้น บังคับ สร้างภาพแต่อย่างใด

ทุกข์เพราะหย่าร้าง? สามีทิ้ง? เลิกกับแฟน
นี่คือวิธีรับมือ และ move on แบบเด็ดขาด ปราชญ์แนะนำ ทำแล้วดีจริง ๆ
  1. เปลี่ยนมุมมองของคุณเกี่ยวกับสถานการณ์นั้น
    การล่มสลายของความสัมพันธ์ระยะยาว อาจทำให้เราเชื่อว่าเราจะไม่สามารถก้าวต่อไปจากความเจ็บปวดนี้ได้ แต่ถ้าเราเปลี่ยนมุมมองและปล่อยให้เรารู้สึกถึงความสุขของชีวิตอีกครั้ง (ตอนมีแฟน/มีคู่ เราเคยหงุดหงิด และอยากอยู่คนเดียวมาแล้วมิใช่เหรอ?) ฉะนั้นตอนนี้เราอาจเห็นโอกาสสำหรับความสัมพันธ์ครั้งใหม่เมื่อเวลาผ่านไป หรือ พบว่าการอยู่คนเดียวมันมีอิสระมากกว่าเป็นไหน ๆ
  2. ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณไม่ได้จดจ่ออยู่กับอดีต
    เป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่จะนึกถึงสิ่งที่เราได้ทำไปแล้ว และไตร่ตรองถึงสิ่งที่เราสามารถทำได้เพื่อแก้ไข(รู้งี้) มันหยุดคุณไม่สามารถก้าวหน้าจากที่ที่คุณอยู่ในช่วงเวลาของการเลิกรา พวกสโตอิกรู้วิธีที่ยอดเยี่ยมในการก้าวข้ามอดีต: ด้วยการมีสติอยู่กับปัจจับัน เป็นการตระหนักรู้โดยไม่ใช้วิจารณญาณของช่วงเวลาปัจจุบัน พวกเขาฝึกสมาธิเพื่อจดจ่ออยู่กับปัจจุบันมากกว่าที่จะผูกติดอยู่กับอดีตที่เจ็บปวด เมื่อคุณเตือนตัวเองอยู่เสมอว่า การอยู่กับปัจจุบันคืออำนานและความมีชีวิตหนึ่งเดียว(ไม่ใช่อดีต-เพราะอดีตตายแล้ว ฟื้นกลับมาไม่ได้/แก้ไขไม่ได้แล้ว) มันจะทำให้คุณสามารถสลัดทิ้งอดีตออกไปได้ง่ายขึ้น แล้วคุณจะมีชีวิตที่แท้จริงมากขึ้นครับ
  3. หาเวลาให้ตัวเองและเพื่อนและครอบครัวของคุณ
    กลยุทธ์ที่ดีที่สุดวิธีหนึ่งในการจัดการกับการเลิกราคือการดูแลตัวเอง (การดูแลตนเอง)
    ให้ความสำคัญกับความผาสุกทางร่างกายและจิตใจ เพราะการมีจิตใจที่ชัดเจนจะช่วยให้คุณคิดเกี่ยวกับสถานการณ์ได้ชัดเจนขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้คุณรักษาความมั่นคงทางอารมณ์ ซึ่งจะทำให้คุณสามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้เร็วกว่าการมุ่งความสนใจไปที่การทรมานตนเอง
  4. ใช้มันเป็นเพียงหนึ่งบทในชีวิตของคุณ
    การเลิกราเป็นเรื่องที่ยากจะรับไหว แต่ความจริงแล้ว(พูดก็พูดเถอะ)มันเป็นเพียงบท(ป้ายรถเมล์)เดียวใน(เส้นทาง)ชีวิตของคุณ คุณไม่สามารถคาดเดาได้ว่าคุณจะรู้สึกอย่างไรหลังจากการเลิกรา และไม่มีอะไรผิดปกติกับการรู้สึกโกรธ เศร้า หรือรู้สึกผิดชั่วขณะหนึ่ง
    แต่คุณต้องจำไว้ว่าการเลิกราไม่ใช่จุดจบของชีวิตคุณ และจะมีอีกหลายตอนข้างหน้า
  5. จดจ่ออยู่กับสิ่งที่คุณควบคุมได้ อย่าจมอยู่กับสิ่งที่คุณทำไม่ได้
    ไม่มีใครสามารถควบคุมโลกภายนอกได้ (คนอื่นก็คือโลกภายอกครับ มันไม่ใช่ของคุณ) แต่คุณสามารถควบคุมวิธีตอบสนองต่อมันได้ ไม่ควรเสียเวลากับสิ่งที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของคุณ
    การเลิกราอยู่นอกเหนือการควบคุมของคุณ แม้ว่าคุณจะไม่ได้มีส่วนร่วมกับมันหรือไม่เคยเห็นมันจะเกิดขึ้นก็ตาม ปล่อยมันไปเถอะ อะไรที่มันหลุดมือไปแล้ว.. ปล่อยคนๆ นั้นออกไปจากชีวิตคุณ แยกตัวออกจากความรู้สึกวุ่นวายที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์
    แต่พวกสโตอิกบอกว่าให้เรียนรู้วิธีจดจ่อกับสิ่งที่คุณควบคุมได้

หวังว่าไอเดียการแก้ทุกข์ที่เกิดจากความกังวล ความเครียด หลังจากหย่าร้าง เลิกรากับแฟน จากชาวสโตอิก จะช่วยให้ท่านลดความกังวลลงไปได้ไม่มากก็น้อย

ผมชอบคำหนึ่งที่ รูมิ กวีชื่อดังบอกว่า “It’s your road, and yours alone, others may walk it with you, but no one can walk it for you.” – Rumi (ชีวิตนี้)มันเป็นเส้นทางของคุณ และเป็นของคุณคนเดียว คนอื่นอาจจะเคยเดินร่วมทางเดียวกับคุณ แต่ไม่มีใครเดินทางแทนคุณได้ เราเกิดมาคนเดียว และก็จะต้องตายคนเดียว ไม่มีใครตายแทนเราได้หรอก คุณว่ามั้ย? (อย่าไปหวังว่าจะให้คนอื่นมาตายแทนเรา ทุกคนล้วนหวงชีวิตตนเองทั้งนั้น)

ถ้าคุณอยากมีความสุขในชีวิต คุณต้องพัฒนาทักษะการพึ่งพาตนเองให้ได้ครับ ถ้าคุณสามารถอยู่คนเดียวได้ พึ่งพาตนเองได้แล้ว ลดการพึ่งำาคนอื่นเพื่อให้เขาสร้างความสุขให้กับคุณได้แล้ว ชีวิตของคุณจะมีความสุขมากขึ้นตามครับ เพราะความทุกข์ของผู้คนในโลกนี้ส่วนใหญ่เกิดจากการที่เราพยายามควบคุม/คาดหวังในสิ่งที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของเรา(คืออะไรก็ตามที่อยู่นอกเหนือตัวเรา โดยเฉพาะคนอื่น) เมื่อใดก็ตามที่เรากลับมาโฟกัสในการควบคุมตนเอง รับผิดชอบตัวเอง ไม่พึ่งพาคู่ หรือ แฟน ได้ เราจะมีความสุขมากขึ้น และยั่งยืนกว่าครับ

Published by

Zyo

Zyo เป็นนักเขียน บล็อกเกอร์ นักเทรด/นักลงทุน